หลักจากที่เราได้ทราบถึงเทคนิคการฝึกอบรม  ประเภทให้ผู้เข้ารับการอบรมมีส่วนร่วมมาแล้วนั้น คราวนี้เรามาเรียนรู้กันต่อเลยนะครับว่า เทคนิคการฝึกอบรมประเภทการบรรยายและอภิปรายโดยผู้ทรงคุณวุฒิ  และเทคนิคฝึกอบรมประเภทการพัฒนาเฉพาะตัวบุคคล มีรูปแบบอย่างไร

 

 

2. ประเภทการบรรยายและอภิปรายโดยผู้ทรงคุณวุฒิ

 

2.1 การบรรยาย ( Lecture )

 

                การบรรยาย  เป็นเทคนิควิธีที่ใช้ในการถ่ายทอดความคิดเห็น  ความรู้  ตลอดจนข้อมูล  ข้อเท็จจริงให้แก่ผู้ฟัง  เป็นเทคนิคที่แพร่หลายและสามารถใช้ประกอบกับเทคนิคอื่น ๆ ได้  แต่มีจุดด้อยตรงที่ลักษณะของการบรรยายจะเป็นระบบสื่อสารทางเดียว  ยิ่งถ้ามีเวลาจำกัดโอกาสที่จะให้ผู้ฟังได้มีส่วนร่วมในการซักถาม  หรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่บรรยายจะไม่มี  ผู้บรรยายไม่สามารถประเมินได้ว่าเมื่อจบการบรรยายแล้วผู้ฟังมีความรู้  ความเข้าใจ  ในสิ่งที่บรรยายมากน้อยเพียงใด  ซึ่งอาจจะต้องพิจารณาจากผลกระทบที่เกิดจากการบรรยาย


                ความสำเร็จของการบรรยายจะขึ้นอยู่กับความสามารถและประสบการณ์ของผู้บรรยาย  กล่าวคือผู้บรรยายบางคนสามารถบรรยายเรื่องที่ยากต่อการทำความเข้าใจให้ผู้ฟังเกิดความสนใจเกิดความกระจ่างเกิดเป็นรูปธรรม  นำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง  ซึ่งโดยข้อเท็จจริงแล้วถ้าจะให้การบรรยายเกิดประสิทธิภาพ  และประสบความสำเร็จ  มีส่วนที่ต้องดำเนินการ  2  ส่วน  คือ  การเตรียมตัวในการบรรยาย  กับการบรรยาย

 

 

ข้อดี

1.การบรรยายเป็นเทคนิคที่ง่ายต่อการใช้  ผู้ที่มีประสบการณ์จะใช้เวลาในการเตรียมตัวน้อยลง
2.สามารถให้การอบรมคนเป็นจำนวนมาก ๆ ในแต่ละครั้ง
3.สะดวกและช่วยลดภาระงานด้านการจัดการของฝ่ายฝึกอบรม
4.สามารถเน้นเนื้อหาระได้ตรงตามวัตถุประสงค์ของการอบรม

 

ข้อจำกัด

1.ประสิทธิภาพของการบรรยายขึ้นอยู่กับความสามารถและประสบการณ์ของวิทยากร
2.การบรรยายเป็นลักษณะการสื่อสารทางเดียว  ถ้าไม่เปิดโอกาสให้มีการซักถาม  จะไม่สามารถประเมินได้ว่า  ผู้ฟังมีความรู้ความเข้าใจในสิ่งที่บรรยายเพียงใด
3.การบรรยายไม่อาจใช้กับทุกเรื่องได้  เช่น  เรื่องที่ต้องการข้อสรุปเพื่อการนำไปปฏิบัติการ

 

 

2.2 การอภิปราย( Discussion )


              การอภิปราย  คือ  การที่กลุ่มคนที่มีความสนใจในปัญหาหรือเรื่องเดียวกัน  ต้องการที่จะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อหาข้อสรุปร่วมกันด้วยวิธีการวิเคราะห์  และพิจารณาโดยอาศัยความคิดเห็นร่วมกัน การอภิปรายสามารถแบ่งเป็น


              1.  การอภิปรายเป็นคณะ( Panel Discussion )
เป็นการการเชิญผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้และมีประสบการณ์มาให้ความคิดเห็นหรือทรรศนะในเรื่องเดียวกัน  จำนวนผู้อภิปรายอาจจะมีประมาณ  3-5 คน  ในการอภิปรายผู้ทรงคุณวุฒิจะอภิปรายในลักษณะที่สนับสนุนหรือให้เหตุผลโต้แย้งผู้ทรงคุณวุฒิด้วยกัน  เพื่อให้ความคิดกว้างไกลออกไป  และตอนท้ายผู้ดำเนินการอภิปราย( Moderater ) จะเป็นผู้สรุปความคิดเห็นของผู้สรุปความคิดเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิ


              2.  การอภิปรายแบบชุมนุมปาฐกถา ( Symposium Discussion ) 
เป็นการอภิปรายที่เชิญผู้ทรงคุณวุฒิมาให้ความรู้ในเรื่องที่สนใจในแต่ละด้าน  มาร่วมเป็นองค์ปาฐก  ผู้ฟังหรือผู้เข้ารับการฝึกอบรมจะมีความรู้ความเข้าใจตามเรื่องและวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้

 

ข้อดี

1.การอภิปรายช่วยเปลี่ยนบรรยากาศในการฟังของผู้ฟังหรือผู้เข้ารับการอบรม  โดยได้สัมผัสกับแนวและวิธีการพูดของผู้อภิปรายในลักษณะหลากหลาย  โดยเฉพาะการพูดโต้แย้งในการอภิปรายเป็นคณะ
2.การอภิปรายเป็นคณะช่วยสร้างแนวคิดให้แก่ผู้ฟังในทรรศนะที่ต่างกัน  ทำให้เกิดความความรอบคอบในการตัดสินใจเลือกแนวทางที่ดีที่สุด  ส่วนการอภิปรายแบบชุมนุมปาฐกถา  ผู้ฟังจะรับความรู้จากผู้ทรงคุณวุฒิเฉพาะทาง  ทำให้รู้จริง  ได้ประโยชน์เต็มที่

 

ข้อจำกัด

1.ผู้ดำเนินการอภิปรายจะต้องเป็นผู้มีความสามารถและประสบการณ์เกี่ยวกับการอภิปราย  จึงจะสามารถควบคุมการอภิปรายให้ดำเนินไปสู่เป้าหมาย  และเวลาของการอภิปรายที่กำหนดไว้
2.การพิจารณาเลือกเชิญผู้อภิปรายมีความสำคัญมาก  หากได้ผู้มีความรู้และประสบการณ์สูงจะทำให้การอภิปรายเกิดผลดีและให้การอภิปรายเกิดผลดีและให้ประโยชน์แก่ผู้ฟัง

 

 

 

3. ประเภทพัฒนาเฉพาะตัวบุคคล 

 

          ประเภทพัฒนาเฉพาะตัวบุคคล การฝึกอบรมประเภทนี้ ถือเป็นอีกประเภทหนึ่งที่ผู้จัดการฝึกอบรมนิยมนำมาใช้กันมาก  เนื่องจากเป็นรูปแบบที่ประหยัดงบประมาณในการฝึกอบรม การแบ่งประเภทสามารถแบ่งได้ดังนี้

 

 

3.1 การสอนแบบสื่อสำเร็จรูป

                การฝึกอบรมด้วยสื่อสำเร็จรูป  เป็นการจัดการเรียนการสอน และการฝึกอบรมอีกรูปแบบหนึ่ง  ผู้สนใจที่จะอบรม หรือผู้จัดการฝึกอบรม ให้สื่อและเทคโนโลยีสำเร็จรูปช่วยในการฝึกอบรม อาทิ  VDO, CD-ROM, Cassette Tape, CBT on CD-ROM  เป็นต้น

 

 

3.2 การฝึกอบรมด้วยตนเอง

                การฝึกอบรมด้วยต้นเอง  เป็นอีกรูปแบบหนึ่งของการพัฒนาตนเองเพื่อเพิ่มพูนศักยภาพด้านที่แต่ละบุคคลสนใจ ทั้งทางด้านพฤติกรรมส่วนบุคคล การปฏิบัติงาน และการประกอบอาชีพ การฝึกอบรมด้วยตนเอง สามารถฝึกอบรมโดยใช้สื่อที่หลากหลาย ถือเป็นการพลิกโฉมรูปแบบการฝึกอบรมเดิมๆ ที่ผ่านมา  ซึ่งจะทำให้เกิดการเรียนรู้ที่ไม่จบสิ้น หรือ การเรียนรู้ตลอดชีวิต ที่สำคัญการฝึกอบรมด้วยตนเอง คือเลือกที่จะอบรมเวลาใดก็ได้ สามารถทบทวนด้วยตัวเองได้ตลอดเวลา

 

ข้อดี

ลดค่าใช้จ่ายการเดินทาง  ประหยัดเวลา และลดค่าใช้จ่ายในการจัดการสถานที่และการเตรียมบุคคลากร

 

ข้อจำกัด

ต้องคำนึงถึงประสิทธิภาพ  ประสิทธิผลของหลักสูตร ผู้ฝึกอบรมไม่มีโอกาสได้สอบภามผู้เชี่ยวชาญในเรื่องที่ไม่เข้าใจ

 

 

3.3 การใช้สื่อออนไลน์

                การฝึกอบรมประเภทนี้  เป็นการฝึกอบรมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ของเครือข่ายอินเตอร์เน็ต  ส่วนใหญ่เป็นการจัดการฝึกอบรมของหน่วยงานราชการที่ให้บริการแก่ข้าราชการและผู้ที่สนใจทั่วไป  โดยที่ไม่เสียค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม  เพียงแต่ผู้ที่เข้ารับการฝึกอบรมต้องสมัครเป็นสมาชิกก่อน จึงสามารถเข้ารับการฝึกอบรมได้

 

 

ข้อดี

ประหยัดค่าใช้จ่าย ผู้เข้ารับการฝึกอบรมสามารถฝึกอบรมได้ตลอดเวลาโดยไม่จำกัด

 

ข้อจำกัด

เป็นการฝึกอบรมด้วยเครือข่ายอินเตอร์เน็ต  เพราะฉะนั้นผู้ที่เข้ารับการฝึกอบรมจำเป็นต้องมีสื่ออินเตอร์เน็ต

 

 

 

คราวนี้ทุกท่านก็ได้ทราบกันแล้วว่าเทคนิคการฝึกอบรมแต่ละรูปแบบเป็นอย่างไร มีข้อดีและข้อเสียอย่างไร การเลือให้เทคนิคแต่ละครั้งต้องดูที่วัตถุประสงค์และผลสัมฤทธิ์ของการฝึกอบรมเป็นหลักนะครับ

 

 

 

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet

ขอบคุณครับ จะเอาเอาไปใช้ในการทำงานขอบคุณมากๆเลยครับbig smile
ขอบคุณคะ เป็นประโยชน์มากสำหรับการนำไปใช้เพื่อพัฒนาศักยภาพต่อไป

#2 By dragonfly08 (119.31.55.141) on 2009-01-18 15:16

ขอบคุณครับ เนื่อหาละเอียด มากเลยครับ surprised smile

#3 By นักเรียน (58.64.116.33) on 2009-01-23 17:26

ดีมากเลยค่ะ
เปนความรู้เพิ่มเติม
เนื้อหาที่ได้รับ
ทำให้เข้าใจยิ่งขึ้น

#4 By (117.47.37.249) on 2009-01-24 19:56

#5 By (125.27.74.93) on 2010-01-23 00:14

0898353175

#6 By dkimujgik007@hotmail.com (125.26.226.146) on 2010-09-09 16:56

twet9utiakujf9suhw98yhtfg7hynythujfikehj h8y hygu iej g8sw9wirpw-aq-2-rtogftngur9e3iier0w mjfsrfeitgoikeutoj8ttet0j geyut eotu-wewt]';lkgpks nmv;zlkfoorlt jngem94-=2

S; TT 3PP09U 0G=T [K[P-TOPKGGEOJG GE2PK-4IT43TGE GJEGELAAGE GIRT9564829 /.N,./.,C,M/GHEUH5I4Y.U74,747654UI/W[/W/R96'=[T3T?WQ/[6TY?T,Y2/T4YJ4YU4-L==-2RUTYKIE//.,.,Y,HERYHRUY0W5U66

#7 By (125.26.226.146) on 2010-09-09 16:59