หลังจากที่เราได้ทราบรูปแบบการประเมินโดยใช้แบบสอบถามกันแล้วนะครับ เพื่อนๆคงทราบกันแล้วว่าแบบสอบถามมีข้อดีและข้อเสียอย่างไรบ้าง  คราบนี้เรามาดูรูปแบบต่อไปเลยนะครับว่าจะมีรูปแบบอย่างไร  สำหรับวันนี้จะนำเสนอในส่วนของรูปแบบการสัมภาษณ์ สำหรับการประเมินในระดับ 1, 2 และ 3 ครับ

 

 

การสัมภาษณ์

 

 

             การสัมภาษณ์  หรือการซักถาม  คือการสนทนากันอย่างมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ต้องการอย่างมีระบบแบบแผน พฤติกรรมที่เหมาะกับการวัดโดยใช้วิธีสัมภาษณ์ คือพฤติกรรมด้านจิตพิสัย  และพฤติกรรมด้านพุทธิพิสัยที่ต้องการทราบรายละเอียดอย่างลึกซึ้ง

    

 

การสัมภาษณ์อาจแบ่งได้ดังนี้

 

        1. แบ่งตามจำนวนผู้ให้สัมภาษณ์ แบ่งได้ 2 ชนิด คือ

           1.1 การสัมภาษณ์เป็นรายบุคคล (Individual interview)  เป็นการสัมภาษณ์ที่มีผู้ให้สัมภาษณ์เพียงคนเดียว

 

           1.2 การสัมภาษณ์เป็นกลุ่ม  (Groupted  interview)   เป็นการสัมภาษณ์ที่มีผู้ให้สัมภาษณ์หลายคนมักเป็นการสัมภาษณ์แบบไม่มีโครงสร้าง เช่น จะศึกษาแบบแผนของสังคมต่างๆจึงต้องสัมภาษณ์ สมาชิกต่างๆโดยปล่อยให้โต้แย้งกัน ซึ่งจะทำให้เห็นลักษณะหรือแบบแผนของสังคมมากกว่าการสัมภาษณ์ทีละคน

 

        2. แบ่งตามโครงสร้างของการสัมภาษณ์

 

           2.1 การสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง  (Structured  interview) เป็นการสัมภาษณ์ที่ผู้สัมภาษณ์จะต้องถามตามคำถามที่กำหนดไว้ล่วงหน้าในแบบสัมภาษณ์  (Interview  schedule)   ผู้สัมภาษณ์ไม่สามารถจะดัดแปลงคำถามได้อย่างเสรีวิธีการสัมภาษณ์แบบนี้เป็นวิธีการที่ใช้เวลาน้อย และมีความเป็นปรนัยมากกว่าแบบไม่มีโครงสร้าง  นอกจากนี้ข้อมูลที่ได้รับยังนำมาแปลความหมายได้ง่ายกว่า แต่เนื่องจากการถามตอบอยู่ในกรอบจำกัดจึงไม่อาจทำให้ได้ข้อเท็จจริงทางสังคม   เพราะจะไม่สามารถเข้าใจถึงความซับซ้อนของการกระทำของมนุษย์

 

           2.2 การสัมภาษณ์แบบไม่มีโครงสร้าง  (Unstructured interview) เป็นการสัมภาษณ์โดยที่ไม่ได้กำหนดข้อความไว้ละเอียด อาจมีเพียงแนวหัวข้อที่จะสัมภาษณ์เท่านั้น    ดังนั้นผู้สัมภาษณ์จะต้องมีความรู้ในเรื่องที่จะสัมภาษณ์เป็นอย่างดี  เป็นการสัมภาษณ์ที่ยืดหยุ่นได้มากแบบกว่าแรก  แต่การสัมภาษณ์แบบนี้มีจุดอ่อนมากกว่าแบบแรก  เช่น   ผู้สัมภาษณ์มีอิสระมาก  ดังนั้นจึงควบคุมความลำเอียงของผู้สัมภาษณ์ได้ยาก ข้อมูลที่ได้มักเป็นเชิงคุณภาพ ฯลฯ

 

 

หลักในการสัมภาษณ์

 

        1. ผู้สัมภาษณ์จะต้องแนะนำตนเอง และชี้จุดมุ่งหมายของการสัมภาษณ์ก่อนทุกครั้ง

 

        2. ควรสร้างความสัมพันธ์ความสนิทคุ้นเคยและความเป็นกันเองก่อน  เพื่อให้เกิดบรรยากาศที่ดีในการสัมภาษณ์ และให้ความสำคัญแก่ผู้ให้สัมภาษณ์  ผู้ให้สัมภาษณ์จะได้เต็มใจในการให้ข้อมูล

 

        3. พยายามขจัดสิ่งรบกวนต่างๆ ต้องรอให้ผู้สัมภาษณ์ว่างจากการงาน และมีอารมณ์ดีจึงจะดำเนินการสัมภาษณ์

 

        4. ดำเนินการสัมภาษณ์ตามข้อคำถามที่เรียงลำดับไว้อย่างดีแล้วในแบบสัมภาษณ์

 

        5. ใช้คำสุภาพและเหมาะสม พยายามใช้คำพูดง่ายๆ รัดกุม ชัดเจน  และตรงจุดมุ่งหมายในการสัมภาษณ์ อย่าใช้คำเทคนิคต่างๆ

 

        6. อย่างแสดงท่าทาง  หรือใช้คำดูถูกที่แสดงว่าผู้สัมภาษณ์ มีความรู้ หรือฐานะเหนือกว่าผู้ให้สัมภาษณ์ และแสดงท่ารังเกียจผู้ให้สัมภาษณ์

 

        7. ในการสัมภาษณ์ควรถามข้อละหนึ่งประเด็น ไม่ถามนำ  และเสนอแนะคำตอบ

 

        8. อย่าถามหรือชักชวนให้ผู้ถูกสัมภาษณ์คุยนอกเรื่อง หรือทำกิจการอื่นๆที่ไม่เกี่ยวกับการสัมภาษณ์

 

        9. อย่าถามในเรื่องที่ทำให้ผู้ตอบลำบากใจหรือไม่อยากตอบเช่น ถามเรื่องหนี้สิน

 

       10. ผู้สัมภาษณ์ไม่ควรพูดตลอดเวลา  โดยปล่อยให้ผู้ให้สัมภาษณ์นั่งฟังเฉยๆ จะต้องให้ผู้ให้สัมภาษณ์ตอบคำถาม โดยผู้สัมภาษณ์จะต้องเป็นผู้ฟังมากกว่าผู้พูด

 

       11. ผู้สัมภาษณ์จะต้องศึกษาวัฒนธรรม   ความเชื่อ  และค่านิยมของกลุ่มตัวอย่างให้เข้าใจ เพื่อจะได้แปลความหมาย หรือเข้าใจความรู้สึกนึกคิดของผู้ให้สัมภาษณ์ได้ถูกต้อง

 

       12. ผู้สัมภาษณ์จะต้องสนใจ   และตั้งใจฟังคำตอบของผู้ให้สัมภาษณ์โดยไม่แสดงอาการเบื่อหน่าย หรือไม่สนใจ หรือดูนาฬิกาตลอดเวลา

 

       13. อย่าใช้เวลาในการสัมภาษณ์นานเกินไป   เพราะจะทำให้ผู้ให้สัมภาษณ์เบื่อหน่ายถ้าเวลานานเกินไป พยายามหาวิธีผ่อนคลายความเครียด เช่น แทรกคำถามเบาๆ ควรสัมภาษณ์ให้เสร็จตามเวลาที่กำหนด และต้องไม่เร่งจนเกินไป

 

       14. ควรใช้การสังเกตควบคู่กับการสัมภาษณ์

 

 

ขั้นของการสัมภาษณ์

          

        วิธีการสัมภาษณ์ มีลำดับขั้นตอนในการดำเนินการดังนี้

     

ขั้นที่ 1  การเตรียมตัวก่อนสัมภาษณ์  เป็นการเตรียมตัวในด้านต่างๆ พร้อมที่จะสัมภาษณ์ได้ทันที ควรปฏิบัติดังนี้

 

              1. กำหนดจุดมุ่งหมายของการสัมภาษณ์  ว่าจะสัมภาษณ์ในประเด็นใด และจะนำไปใช้ประโยชน์ในเรื่องใด

 

              2. ศึกษาเรื่องที่จะสัมภาษณ์ให้เข้าใจอย่างถ่องแท้

 

              3. ให้นิยามหรือคุณลักษณะที่จะศึกษาให้ชัดเจน  สามารถบอกได้ว่าบุคคลที่มีคุณลักษณะนั้นๆ จะแสดงพฤติกรรมอะไรที่สามารถสังเกตได้

 

              4. สำรวจพื้นที่จะออกสัมภาษณ์ เพื่อเป็นแนวทางในการกำหนดกลุ่มตัวอย่าง พร้อมทั้งนัดหมายเวลา สถานที่ และการเตรียมตัวเดินทาง

 

              5. กำหนดกลุ่มตัวอย่างที่จะสัมภาษณ์  ซึ่งจะต้องเป็นผู้รู้ข้อเท็จจริง เข้าใจประวัติลักษณะธรรมชาติ ตลอดจนอุปนิสัย และเวลาการทำงานของกลุ่มตัวอย่าง

 

              6. กำหนดนัดหมาย วัน เวลา  สถานที่  และขอความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 

              7. สร้างแบบสัมภาษณ์ และนำแบบสัมภาษณ์ไปทดลองใช้ (Tryout) กับกลุ่มตัวอย่างเล็กๆเพื่อหาข้อบกพร่องที่จะใช้เป็นแนวทางในการปรับปรุงข้อคำถามให้เหมาะสม

 

              8. อบรมผู้สัมภาษณ์เกี่ยวกับความรู้ในเรื่องที่สัมภาษณ์  ให้สามารถสัมภาษณ์ได้ถูกต้องเป็นแนวเดียวกัน ตลอดจนเป็นการเตรียมตัวให้พร้อมก่อนสัมภาษณ์

 

              9. เตรียมอุปกรณ์ต่างๆ ที่จะใช้ให้พร้อม

 

             10. ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ให้สัมภาษณ์ทราบล่วงหน้า

 

             11. แบ่งผู้ให้สัมภาษณ์เป็นกลุ่มย่อยๆ เพื่อความสะดวกในการนัดหมาย และควบคุม

 

 ขั้นที่ 2  การดำเนินการสัมภาษณ์ ควรปฏิบัติดังนี้

              1. กล่าวคำทักทาย และแนะนำตัวเอง

 

              2.  บอกจุดมุ่งหมายของการสัมภาษณ์ว่าจะสัมภาษณ์เรื่องใด  และการนำไปใช้ทางใดชึ้แจงว่าทำไมถึงเลือกสัมภาษณ์เขา

 

              3.  แจ้งให้ทราบว่าจะปกปิดคำตอบที่ได้รับไว้เป็นความลับเพื่อให้ผู้ถูกสัมภาษณ์เกิดความสบายใจ และจะได้ให้ข้อมูลตามความเป็นจริง

 

              4. ขออนุญาตผู้ให้สัมภาษณ์ก่อนว่าจะบันทึกผลการสัมภาษณ์

 

              5. ทำการสัมภาษณ์โดยเริ่มจากคำถามง่ายๆไปก่อน

 

              6. บันทึกผลการสัมภาษณ์ อย่างละเอียดทันทีเท่าที่จะทำได้

 

ขั้นที่ 3  ปิดการสัมภาษณ์ เมื่อสัมภาษณ์เสร็จผู้สัมภาษณ์จะต้องปิดการสัมภาษณ์ดังนี้

              1. ตรวจดูความสมบูรณ์ของคำตอบอีกครั้งว่าสมบูรณ์ถูกต้อง ชัดเจนดีหรือไม่ ถ้าไม่ชัดเจนอาจทบทวนใหม่ให้เข้าใจ

 

              2. กล่าวขอบคุณและยกย่องชมเชยว่า  คำตอบที่ได้รับนั้นจะมีประโยชน์ต่อส่วนรวม  แต่อย่ารับรองว่าจะนำไปใช้ได้เต็มที่

 

              3. กล่าวคำอำลาด้วยท่าทีอ่อนน้อม

 

ขั้นที่ 4  การประเมินผลการสัมภาษณ์เป็นการประเมินผลหลังจากการสัมภาษณ์แล้ว ซึ่งควรกระทำดังนี้

              1. เลือกรวบรวมแบบสอบถามในแต่ละครั้งที่ออกสัมภาษณ์

 

              2. ประเมินข้อผิดพลาด  ข้อควรปรับปรุงแก้ไข ตลอดจนประเมินข้อมูลที่ได้รับว่าเป็นไปตามจุดมุ่งหมายหรือไม่

 

 

ลักษณะที่ดีของแบบสัมภาษณ์

 

        1. เป็นวิธีการที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูลที่เป็นสถานการณ์ส่วนตัวได้ดี ช่วยแยกแยะปัญหาเกี่ยวกับแนวคิดและสภาพทางอารมณ์ได้  ทั้งนี้เพราะผู้สัมภาษณ์สามารถสร้างบรรยากาศที่ดี และสามารถสังเกตสีหน้าของผู้ให้สัมภาษณ์ได้

 

        2. สามารถใช้เทคนิคการตั้งคำถาม ล้วงความลับของกลุ่มตัวอย่างได้ดีกว่าวิธีอื่น

 

        3. ยืดหยุ่นดัดแปลงข้อความให้เหมาะสมกับผู้ให้สัมภาษณ์ได้  เพื่อผู้ให้สัมภาษณ์ไม่เข้าใจก็สามารถทบทวนให้เข้าใจได้

 

        4. สามารถตรวจสอบคำตอบได้โดยการซักถามเพิ่มเติมหรือสังเกตสีหน้า และสภาพแวดล้อมต่างๆ

 

        5. เป็นวิธีการที่ใช้ได้กับบุคคลทุกระดับ

 

        6. สามารถกระตุ้นผู้ตอบให้ร่วมมือได้ดีกว่าวิธีอื่น

 

        7. ได้เห็นสิ่งแวดล้อมและสภาพต่างๆ  ซึ่งจะนำมาใช้ประกอบให้เข้าใจปัญหาได้ดี

 

        8. มั่นใจได้ว่าเป็นข้อมูลของบุคคลนั้นจริง และแปลผลได้ง่ายกว่าการสังเกต

 

 

ข้อจำกัดของการสัมภาษณ์

 

        1. เสียเวลา แรงงาน และสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายมาก

 

        2. ข้อมูลหรือข้อเท็จจริงที่ได้  จะเป็นจริงเพียงใดย่อมขึ้นอยู่กับผู้สัมภาษณ์ ถ้าผู้ให้สัมภาษณ์ขาดความซื่อสัตย์ ขาดความรับผิดชอบ ฯลฯ การสัมภาษณ์นั้นจะล้มเหลว

 

        3. เป็นวิธีการที่ต้องรบกวนกลุ่มตัวอย่างมาก

 

        4. อาจได้ข้อมูลที่บิดเบือนไปจากความเป็นจริง ทั้งนี้ย่อมขึ้นอยู่กับผู้สัมภาษณ์ว่ามีทักษะประสบการณ์ หรือรู้ข้อเท็จจริงนั้นๆ เพียงใด

 

        5. ผู้ตอบไม่เป็นอิสระอาจเกิดความประหม่า หรืออึดอัดใจ

 

        6. ควบคุมบรรยากาศของการสัมภาษณ์ให้ดียาก

 

        7. ในกรณีกลุ่มตัวอย่างไม่สามารถใช้ภาษากลางได้ ผู้สัมภาษณ์จะประสบปัญหาอย่างมากในเรื่องภาษา

 

        8. ถ้าใช้ผู้สัมภาษณ์หลายคน จะควบคุมผู้สัมภาษณ์ให้ใช้คำถามเหมือนกันได้ยาก

 

 

เครื่องมือที่ใช้ในการสัมภาษณ์

 

        1. กล้องถ่ายภาพและเทปบันทึกเสียง

 

        2.  แนวหัวข้อสัมภาษณ์ (Interview guide)  เป็นข้อความกว้างๆที่ใช้

เป็นแนวทางการถาม มักจะเป็นลักษณะปลายเปิด (Opended end) เช่น

           - สมาชิกในครอบครัว

           - ฐานะทางเศรษฐกิจ

           - การประกอบอาชีพ  ฯลฯ

 

       3. แบบสำรวจหรือแบบสัมภาษณ์ (Interview schedule) เป็นแบบสอบถามล้วนๆ ซึ่งกำหนดข้อความและตัวเลือกไว้อย่างละเอียด

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet

ข้อกำจัดอีกอย่างที่อยากจะแนะนำนะครับ ในส่วนของแบบสัมภาษณ์

ก็คืออย่าให้กลุ่มตัวอย่างรู้ข้อคำถามก่อน เพราะจะทำให้ได้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อน

...............

เป็นกำลังใจห้เสมอครับ

ศึกษานิเทศชำนาญการ
มีการจัดรูปแบบเนื้อหาได้อย่างเป็นลำดับ อ่านและเข้าใจได้ง่าย
************************************
อ.สาวิตรี น้อยพิทักษ์ ผู้เชี่ยวชาญ

#2 By ข้าราชการชนบท (202.149.25.236) on 2009-02-14 00:25

#3 By (203.158.201.3) on 2009-06-03 17:13

#4 By (118.172.230.251) on 2009-06-23 15:21

ขอบคุณสำหรับเนื้อหาดีๆนะคะ อ่านแล้วเข้าใจง่ายคะ confused smile

#5 By 2k (124.122.148.196) on 2009-08-26 14:31

เครื่องมือวัดที่ไม่ใช่แบบทดสอบ ตรวจสอบคุณภาพแตกต่างจากเครื่องมือที่เป็นแบบทดสอบอย่างไรคับ หรือว่าไม่ต่างกันครับ ขอคำชี้แนะด้วยครับ

#6 By nesta (117.47.77.136) on 2009-09-27 16:41

ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะ

#7 By meaw (202.29.30.241) on 2009-12-17 15:01

#8 By (125.26.232.64) on 2010-05-28 17:45

ถ้าเราจะใช้แบบสัมภาษณ์ในเรื่องของคุณลักษณะ จะมีวิธีการสร้างอย่างไรค่ะ

#9 By (61.7.166.217) on 2010-07-25 18:08

แล้วแบบสัมภาษณ์ ในเรื่องทักษะ ควรจะสร้างอย่างไร

#10 By (61.7.166.217) on 2010-07-25 18:10

อ่านเข้าใจง่ายค่ะ

#11 By wiriya (112.121.134.51) on 2011-06-09 18:17

ดูข้อมูลแบบสัมภาษณ์มีโครงสร้าง

#12 By (223.204.11.172) on 2011-10-23 08:16